ยิง2ศพที่นนทบุรีคดีพลิก ตร.เผยพ่อตายิงเขยก่อนฆ่าตัว

โปลิศปากเกร็ดแจงคดียิง 2 ศพคาบ้านพักย่านนนทบุรี เผยที่แท้ฝีมือพ่อตาลั่นไกฆ่าลูกเขย ก่อนยิงตัวตายหนีความผิด โดยมีสาเหตุจากความเห็นไม่ตรงกันเรื่องซ่อมแซมของในบ้าน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรายงานเหตุฆ่ากันตาย 2 ศพ ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่บ้านสัมพันธ์ วิลล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นพ่อตากับลูกเขยกัน

โดยคาดว่าก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ทำให้ทางฝ่ายลูกเขยระงับอารมณ์ไม่อยู่ใช้ปืนยิงพ่อตาจนเสียชีวิต ก่อนลั่นไกศีรษะฆ่าตัวตายหนีความผิด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ด้าน ร.ต.ท.วิวัฒน์ ภาวงศ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า เหตุยิงกันเสียชีวิตที่หมู่บ้านสัมพันธ์ วิลล่า ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นั้น จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ตายทั้งสอง คือ นายชัยรัช สุดโต อายุ 49 ปี และ ร.ต.สมมาตร์ กลิ่นศรีสุข อายุ 84 ปี อดีตนายทหารกรมสารบรรณ โดยศพของ ร.ต.สมมาตร์ ถูกพบนอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บนพื้นห้องครัว สภาพถูกยิงเข้าที่ขมับขวา ทะลุขมับซ้าย นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด และพบปืนพกลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ข้างตัว

ส่วนศพของ นายชัยรัช นั้นเสียชีวิตในสภาพนั่งคว่ำหน้าคาโต๊ะอาหารหน้าห้องครัว โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ศีรษะ ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นางพรรณี กลิ่นศรีสุข อายุ 69 ปี ภรรยาของ ร.ต.สมมาตร์ ซึ่งอยู่ที่บ้านขณะเกิดเหตุ ให้การว่า กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก จู่ๆได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดหน้าหน้าห้องครัว เมื่อรีบวิ่งไปดูก็เห็นลูกเขยถูกยิงเสียชีวิตแล้ว และเห็น ร.ต.สมมาตร์ กำลังเอาปืนพกจ่อที่ขมับตัวเอง จึงพยายามร้องห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล ร.ต.สมมาตร์ ได้ยิงตัวเองจนเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา ทั้งนี้ นายชัยรัช ลูกเขย ทำงานเป็นโฟร์แมน บริษัทรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี วันหยุดก็จะกลับมานอนที่บ้าน โดย ร.ต.สมมาตร์ กับ นายชัยรัช ลูกเขย มักจะมีปากเสียงกันเรื่องเกี่ยวกับการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน แต่ไม่ถึงกับรุนแรง เบื้องต้นตำรวจคาดว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่คงมีปากเสียงกันอีก แต่ครั้งนี้ทางฝ่ายพ่อตาคงระงับอารมณ์ไม่อยู่จึ งคว้าปืนมายิงลูกเขยเสียชีวิต ก่อนระเบิดสมองตัวเองเพื่อหนีความผิด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews