พบผลสำรวจ ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ 34.6%

พม.ร่วม รพ.รามาธิบดี สำรวจความรุนแรงในครอบครัวระดับประเทศ อุดช่องว่างข้อมูลที่มีแค่คนโทร.ขอความช่วยเหลือ พบความรุนแรงในครอบครัวภาพรวมอยู่ที่ 34.6% ภาคใต้เกิดเหตุมากสุด กทม.เกิดน้อยที่สุด หวังเป็นฐานข้อมูลในการแก้ปัญหา นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเปิดงานโครงการสนับสนุนกลไกการพัฒนาองค์ความรู้

สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัว จัดโดย สค. ร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ ในหลายมิติของสังคม ผลการเก็บข้อมูลผู้ขอรับบริการจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร. 1300 พบว่า ในปี 2560 มีข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว จำนวนทั้งสิ้น 1,869 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 1,578 ราย หรือเพิ่มขึ้น 291 ราย ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นคดี ในปี 2559 มีจำนวน 797 คดี และในปี 2560 มีจำนวน 1,207 คดี แสดงว่าความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นคดียังคงมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการคุ้มครองช่วยเหลือไกล่เกลี่ยจนยุติไม่เป็นคดี นายเลิศปัญญา กล่าวว่า พม. มีความพยายามในการรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ประสบปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัว แต่เป็นข้อมูลที่จำกัดเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามารับบริการ โดยไม่รวมถึงผู้ประสบปัญหาที่ไม่ได้เข้ามารับบริการอีกเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็น “ช่องว่างด้านข้อมูล” ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศูนย์จัดการความรู้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมี ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้นำเรื่องสำรวจข้อมูลปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัว ที่สามารถเป็นตัวแทนข้อมูลระดับประเทศ ชี้ให้เห็นถึงขนาดและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปัญหา ทั้งนี้ จากการสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง 2,280 ครัวเรือน พบว่ามีความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัว จำนวน 787 ครัวเรือน คิดเป็นความชุก ร้อยละ 34.6 เมื่อแยกตามลักษณะภูมิภาค จะเห็นว่า ภาคใต้มีความรุนแรงในครอบครัวสูงสุด ร้อยละ 48.1 อันดับ 2 ภาคกลาง ร้อยละ 42.5 อันดับ 3 ภาคเหนือ ร้อยละ 33.7 อันดับ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 32.7 และสุดท้ายคือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 26. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth